หลังจากขี้เกียจ ไม่ว่างอัพเดทบล็อคซะหลายวัน
วันสุดท้าย ทั่นแม่เช่ารถตู้ของรีสอร์ทที่พักเมื่อคืน พร้อมคนขับรถ
ออกจากรีสอร์ทตั้งแต่เช้าตรู่
แวะรับน้องมังคุด ที่หลัง ม.เชียงใหม่
น้องมังคุดเป็นน้องที่ซี้กันตั้งแต่สมัยยังเรียนประถมที่ลำพูน
เรียกได้ว่าน้องมังคุดซี้กับบ้านฟ้าทั้งบ้านเลย
จนคุณแม่บอกเลยว่าน้องมังคุดเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านเรา
แถมรูปตาน้องชายสุดที่ love (น้อยกว่าตุ๊กตาบนเตียงนิดหน่อย)
หลังจากนั้นก็แวะทานข้าวต้มกันแถวหลัง ม.เชียงใหม่ ที่น้องมังคุดแนะนำ
อร่อยดีนะ มีข้ามต้มให้เลือกหลายแบบมาก ข้าวต้มเห็ด, ปลา ฯลฯ
แต่เค้าจำชื่อร้านไม่ได้ แงๆๆ
ต่อด้วยบ้านลุงบูรณ์กับอาซ้อที่ลำพูน
ลูงบูรณ์เป็นผู้ใหญ่+เพื่อนของคุณพ่อ
ช่วยเหลือไว้มากมายตอนคุณพ่อเสีย
แล้วก็แวะไปดูที่ที่ยังขายไม่ออกที่ลำพูน
เป็นที่ราบ (เรียบ) เนื้อที่ 7 ไร่กว่าๆ
ไม่เคยเพาะปลูกอะไร เป็นที่เปล่าๆ
อยู่ตำบลเหมืองจี้ ใกล้กับเส้น ซุปเปอร์ ลำพูน-เชียงใหม่
ห่างจากตัวเมืองลำพูน และเชียงใหม่ ราวๆ 20 กิโล เท่าๆ กัน
ด้านหน้า (หรือหลังก็ไม่รู้) มองเห็นวิวภูเขา
ด้านหลังติดกับที่ดิน เป็นลำธารเหมืองเก่า
และมีบ่อน้ำอยู่ในที่ดินด้วย
โชคดีที่วันนี้ไปเจอชาวบ้านมาหากุ้งในลำธารด้วย
เลยได้รู้ว่าที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์
เหมาะแก่การทำรีสอร์ทมากๆๆๆ ไว้มีเงินจะมาพัฒนานะจ๊ะ
จากนั้นไปบ้านป้าณี ป้าใหญ่ ที่เป็นเพื่อนคุณพ่อที่ป่าซาง
ป้าณีมีลูกชาย 3 คน หล่อๆ (เท่าที่เคยเจอตอนเด็ก) ทั้งนั้นเลย
เจอแต่พี่โดเนล อดเจอพี่โดนัน กับพี่โดนัทเลย ไม่รู้เป็นไงบ้าง
พี่โดเนลหน้าคล้ายๆ ตอนเด็กๆ เลย
ตอนเด็กๆ โดนพ่อเอามาทิ้งให้เล่นกับพี่โดนัน โดเนลบ่อยๆ
เลยไม่ค่อยได้เล่นของเล่นแบบผู้หญิงเท่าไหร่นัก T_T
ตอนเที่ยงพักทานข้าวซอยกันข้างบ้านป้าณี
แล้วคุณแม่ก็หนีไปเชียงราย
ทิ้งฟ้ากับน้องลมกรดและน้องมังคุดไว้ให้พี่โดเนลขับรถพาเที่ยว
ก็เริ่มตั้งแต่ไปหาพี่จุ๊ ลูกป้าใหญ่ (ไม่เห็นจำได้เลยว่าเคยเจอ -*- )
ไปไหว้พระที่วัดพระธาตุหริภุญไชย
เป็นวัดที่ชาวหละปูน (ลำพูน) นับถือ
ตอนนี้กำลังบูรณะอยู่ หลังจากมีแผ่นดินไหว
ยิ่งช่วงสงกรานต์จะมีงานที่วัดพระธาตุ
มีคนมาไหว้พระเยอะแยะมากมายยยยยย
จากนั้นไปไหว้เจ้าแม่จามเทวี ผู้ปฐมกษัตริย์ของนครหริภุญไชย
ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกก่อนจาก
จากนั้นก็ไปเชียงใหม่
แล้วน้องลมกรดกับน้องมังคุด ก็ขอตัวไปหาเพื่อนๆ สมัยเด็กๆ กัน
อ่าว! เหลือฟ้ากับพี่โดเนลสองคนซะงั้น
ไม่รู้จะไปไหน ไปถนนคนเดินก็เปียกแหงๆ
ว่าแล้วก็ไปเยี่ยมญาติที่สวนสัตว์เชียงใหม่ดีกว่า
อาจจะ งง ว่ามีญาติด้วยหรอ???
เอ่อ … หมีแพนด้างัย
ไปถึงก็เสียค่าเข้าสวนสัตว์คนละ 50 บาท
ค่ารถยนต์เข้าอีก 50 บาท
ก็ไปหาหมีแพนด้าก่อนเลย แต่หลงทาง -*-
เลยไปถามคุณลุงที่นั่งสีซอให้ช้างน้อยตัวนี้ฟัง
คุณลุงยังบอกว่าช้างน้อยตัวนี้เวลาอารมณ์ดีจะเต้นประกอบเพลงด้วย น่ารักจังเลย
ออกเดินทางต่อ แต่ดันไปเจอ Aquarium ซะก่อน
เลยคิดว่าจะแวะดูนกเพนกวิน กับปลา
พอไปถึง เก็บค่าเข้าชมคนละ 200 กว่าบาท
เลยเปลี่ยนใจ ^_^
ในที่สุดก็ถึงอนุบาลหมีแพนด้า
ค่าเข้าชมคนละ 50 บาท (ค่อยยังชั่ว)
พอเข้าไปถึง อ่าว น้องหมีหายไปไหนล่ะเนี่ย??
อ้อ! มานั่งหลบหลังเสากินต้นไผ่อยู่นี่เอง
ตัวนี้ชื่อน้อง “ช่วงช่วง“ พอดีน้อง “หลินฮุ่ย“ ท้อง (มั้ง)
เจ้าหน้าที่เลยไม่ให้ออกมามาก
แอบสารภาพ ไม่เคยรู้เลยว่าช่วงช่วง หรือ หลินฮุ่ย ตัวไหนเพศอะไร?
รู้แต่ว่าเป็นหมีแพนด้า พึ่งมารู้นี่ล่ะ
คนไปดูกันเพียบเลย
นึกว่าจะเลิกเห่อกันแล้วซะอีก
โชคดีที่ตัวเตี้ย เล็ก เลยมุดๆ ไปยืนอยู่ข้างหน้าได้อย่างภาคภูมิ
หมีแพนด้าอยู่ในห้องปรับอุณหภูมิ ห้ามใช้แฟลชในการถ่ายรูป
เจ้าหน้าที่บอกว่าเดี๋ยวน้องหมีจะตาบอด
ช่วงช่วงเล่นกล้องมากมาย แอคชั่นถ่ายรูปเรื่อยๆ เลย
น่ารักจริงๆ สมกับเป็นดารานำของสวนสัตว์เชียงใหม่
ต่อไปก็ไปดูหมีโคอาล่า นก เสือ สิงโต นก บลา บลา บลา
และสุดท้ายจบด้วยกรงสัตว์เลื้อยคลาน request ของพี่โดเนล
พี่โดเนลบอกว่ายังไม่เคยมาดูหมีแพนด้าเลย คนเจียงใหม่+หละปูน แต้ๆ
แล้วก็ไปรับน้องลมกรดกับน้องมังคุด
ไปส่งฟ้าขึ้นรถทัวร์กลับ กทม.
ก่อนรถทัวร์ออก 10 นาที
คุณแม่โทรมาบอกให้ยกเลิกการเดินทาง
เพราะเสื้อแดงมาปิดถนนซุปเปอร์ที่ดอยติ
เลยไปกินข้าวเย็นกัน
แล้วน้องลมกรดก็ไปนอนที่ป่าซางกับพี่โดเนล
ส่วนฟ้าก็ไปนอนที่โรงแรมใกล้ๆ ไนท์บาซาร์กับลุง
ตอนกลางคืนก็ไปเดินเล่นไนท์บาซาร์คนเดียว
สนุกดี แทบไม่มีคนเลย ทั้งคนไทย ทั้งนักท่องเที่ยว
รุ่งเช้าก็ขึ้นเครื่องบิน สายการบิน นกแอร์ เจ้าเดิม กลับ กทม.
























ยังไม่เคยไปดูหมีแพนด้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่เลย
สงสารช้างจัง ดูขาดการดูแล
คุณเมาเปล่า ช้างเป็นสัตว์เมืองร้อน เขาอยู่ดีมากเลยในสวนสัตว์ ไอ้ส์ช้างที่คุณว่านั้นเป็นพวกพรานเลี้ยงไว้ใช้งาน ..เห็นหมีแพนด้าแล้วสงสารแก่ไม่ได้อยู่ในถิ่นภูมิอากาศของตัวเอง
หมาแพนดี้น่ารัก
แล้วพี่โดเนล…..อะ…ยังไม่เห็นรูปเลยย..อิอิ