หารายได้เข้าเว็บกันดีกว่า

saving-money

สำหรับคนที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลเว็บต่างๆ
เช่น ค่าจดโดเมนเนม ค่าเช่าโฮสติ้ง ฯลฯ

ดังนั้น ก็จะมีคนหัวใส เอ้ย! คนหัวการค้า
มาเปิดเว็บไซต์หาคนที่อยากจะลงโฆษณาสินค้าหรือบริการ
และหาคนที่อยากได้โฆษณามาติดที่เว็บ
เพื่อหารายได้เข้าเว็บ อย่างเราๆ กัน

แต่ถ้าเว็บเรายังคนเข้าน้อยๆ
ก็จะไปหาคนมาติดแบนเนอร์เฉพาะเว็บไซต์เรายากส์

ดังนั้นเลยต้องพึ่งบริการของเว็บพวกนี้ล่ะ
เพราะเค้าก็จะให้เราร่วมสมัครสมาชิกเป็นส่วนหนึ่งของผู้แสดงผลโฆษณา หรือ Publisher

ส่วนใหญ่โฆษณาก็จะเป็น javascript มาให้
เพียงแค่เรา copy มาติดใน code ของเว็บเรา
แล้วก็เริ่มนับเงินกันได้แล้ว

อ้อ! ป้ายโฆษณาที่ติดในเว็บเราก็จะหมุนเวียน random กันไปเรื่อยๆ
เดี๋ยวอาจจะตกใจว่าทำไมติดไปแล้วป้ายโฆษณาไม่เหมือนเดิม ^_^

ประเภทของป้ายโฆษณาที่นำมาติดในเว็บจะมี 2 ประเภท

  1. Banner ป้ายแบนเนอร์สุดฮิตนั่นเอง มีหลากหลายขนาดให้เลือกติดตามใจชอบ แถมบางเว็บจะให้เราสามารถกำหนดขนาดได้ตามใจชอบ
  2. Popup ป้ายโฆษณาน่ารำคาญที่เด้งขึ้นมาทุกครั้งที่เข้าเว็บ แต่ป้ายโฆษณาประเภทนี้ส่วนใหญ่จะจ่ายเงินในอัตราที่สูงกว่าป้ายแบนเนอร์มากๆ

การนับเงินรายได้ หลักๆ จะมีอยู่ 3 ประเภท

  1. CPC – Cost per Click คือ นับเงินตามจำนวนคนคลิกป้ายโฆษณา เช่น มีคนคลิกดูป้ายโฆษณา 1 ครั้ง เราๆ ก็จะได้ซัก 0.05$ เป็นต้น
  2. CPM – Cost per (Thousand) Impression นับเงินตามจำนวนครั้งที่แสดงป้ายโฆษณา ส่วนใหญ่จะนับเป็นการแสดงผล 1,000 ครั้ง ถึงจะได้เงิน
  3. CPA/CPL – Cost per Action / Cost per Lead เป็นการนับเงินตามจำนวนคนที่สนใจเข้าร่วมสมัคร หรือร่วมทำกิจกรรม ในเว็บไซต์ที่อยู่บนป้ายโฆษณานั้นๆ

เดี๋ยวนี้เห็นมี CPS (Cost per Sale) จ่ายตามครั้งที่ขายของได้ กับ CPT (Cost per Time) กับจ่ายตามเวลา เพิ่มขึ้นมา ก็ว่ากันไป

แต่การจะเลือกป้ายมาติดบนเว็บไซต์
ก็ต้องคิดถึงความเหมาะสมในแต่ละเว็บด้วย

วิธีเลือกประเภทของป้ายโฆษณามาติด คือ ไม่ให้เกะกะเนื้อหาของเว็บ
ไม่ทำให้เอกลักษณ์ของเว็บไซต์นั้นๆ หายไป หรืออื่นๆ
ถ้าเราเข้าเว็บไซต์คนอื่นแล้วไม่อยากเข้าอีก เราก็อย่าไปทำแบบนั้นนะจ๊ะ

ไม่อย่างนั้น แทนที่เราจะได้เงินมาช่วยค่าใช้จ่ายเว็บ
อาจจะต้องเสียคนเข้าเว็บไปแทน ไม่รู้ด้วยน้า …

Share

2 thoughts on “หารายได้เข้าเว็บกันดีกว่า

Leave a Reply